พุทธ

พระฉันนมในเวลาวิกาลได้หรือไม่

เป็นข้อสงสัยที่มีอยู่นานในตัวผม วันนี้เป็นอีกวันที่ผมค้นหาคำตอบเรื่องนี้ ก็พอจะได้เหตุผลพอสมควรที่จะเลือกคำตอบที่คิดว่าเหมาะสมได้

แม้เรื่องนี้จะไม่ใช่ประเด็นหลักในทางพระพุทธศาสนา แต่ก็เป็นข้อกังขาของใครหลายคน มีผู้ที่ใช้ชื่อว่า เฮียปอ ตำมะลัง ตอบไว้ในเว็บพลังจิต ตามลิงค์ต่อไปนี้ http://board.palungjit.com/archive/t-103722.html ผมค้นเจอแล้วพิจารณาเห็นว่ามีเหตุมีผล จึงขอยกมาแสดงในที่นี้ดังรายละเอียดต่อไปนี้

"ศีลข้อ ๖ วิกาลโภชนา เวรมณี มีองค์ ๔ คือ
๑. วิกาโล เวลาตั้งแต่เที่ยงแล้วไปจนอรุณขึ้น
๒. ยาวกาลิกํ ของเคี้ยวของกินที่สงเคราะห์เข้าในอาหาร
๓. อชฺโฌหรณปฺปโยโค พยายามกลืนกิน
๔. เตน อชฺโฌหรณํ กลืนให้ล่วงลำคอเข้าไปด้วยความเพียรนั้น

สำหรับศีลข้อนี้ ควรทราบว่า เวลาตั้งแต่อรุณขึ้นไปจนถึงเที่ยง เรียกว่า กาล คือเป็นเวลาบริโภคอาหาร

ตั้งแต่เที่ยงแล้วไปจนถึงอรุณขึ้น (ของวันใหม่) เรียกว่า วิกาล เป็นเวลาที่ต้องเว้นจากการบริโภคอาหารทุกชนิด เว้นน้ำธรรมดา และน้ำดื่ม ๘ อย่าง ที่เรียกว่า อัฏฐบาน ที่มีพุทธานุญาตไว้

น้ำดื่ม ๘ อย่าง ( อัฏฐบาน ) นั้น คือ น้ำที่ทำจากผลมะม่วง ๑ ผลหว้า ๑ ผลกล้วยมีเมล็ด ๑ ผลกล้วยที่ไม่มีเมล็ด ๑ ผลมะทราง ๑ ผลจันทน์ หรือผลองุ่น ๑ เง่าบัว ๑ ผลมะปรางหรือลิ้นจี่ ๑

ต่อมาทรงมีพุทธานุญาตน้ำผลไม้ทุกชนิด เว้นน้ำต้มเมล็ดข้าวเปลือก น้ำใบไม้ทุกชนิด เว้นน้ำผักดอง น้ำดอกไม้ทุกชนิด เว้นน้ำดอกมะทราง และทรงอนุญาตน้ำอ้อยสด

อรรถกถาท่านสรุปว่า ในเวลาวิกาลดื่มน้ำผลไม้ได้ทุกชนิด เว้นผลไม้ที่มีผลโตกว่าผลมะตูม (บางแห่งว่าผลมะขวิด ) วิธีทำนั้นก็ต้องคั้นเอาแต่น้ำ และกรองให้ไม่มีกาก และไม่ผ่านการสุกด้วยไฟ

น้ำปานะดังกล่าวนี้เท่านั้นที่ผู้รักษาอุโบสถศีลควรดื่มในเวลาวิกาล นอกนี้ไม่ควร พึงสังเกตว่าไม่มีน้ำนมสดทุกชนิด คือน้ำนมของสัตว์ หรือนมที่ทำจากพืช เช่นถั่วเป็นต้น

นอกจากนี้ พระพุทธองค์ยังทรงอนุญาตให้บริโภคเภสัช ๕ อย่างคือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย รวมทั้งงบน้ำอ้อย ในเวลาวิกาลได้

พระวินัยปิฎกมหาวรรค เภสัชชขันธกะ ข้อ ๘๖ และข้อ ๒๖

จากข้อความข้างต้น นมไม่สามารถทานได้ แต่อนุญาติให้บริโภคเภสัช ๕ อย่างได้ คือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย มารวมกัน ๕ อย่างจะสามารถฉันได้ในเวลาวิกาล"


----------------

เหตุผลข้างต้นสามารถหาข้อมูลอ้างอิงได้จากพระไตรปิฎก ซึ่งผมเองก็คิดว่าคำอธิบายข้างต้นมีเหตุมีผลพอสมควร แต่เรื่องที่เห็นจะสำคัญยิ่งกว่านั้น ก็คือเรื่อง "ใจ" ว่าคิดอย่างไรถึงจะฉัน ตรงจุดนี้มากกว่าที่ผมเห็นว่าเป็นส่วนสำคัญ กิเลสมันมีไม่น้อย เป็นพระนี่ต้องอดทนจริง ๆ ครับ

----------------

อ้างอิง

" อนึ่ง มีเภสัชอันควรลิ้มของภิกษุผู้อาพาธ, คือ เนยใส เนยข้น
น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย, ภิกษุรับประเคนของนั้นแล้ว พึงเก็บไว้ฉันได้เจ็ดวันเป็น
อย่างยิ่ง, ภิกษุให้ล่วงกำหนดนั้นไป เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์. ฯ"



Hits rate : 1455
Create Date : 2010-03-25 23:39:53.142462
Last Modify : 2010-03-25 23:58:17.445387

สารบาญ